บทที่ xxx 20 ขาลุย

posted on 05 Dec 2012 18:53 by gipp2599 directory Diary

บทที่ xxx ขึ้นรถ

                ...

                ....

                ...

                หลังจากรอรถไปได้สักพัก ฉันก็เริ่มเซ็งกับการยืนเฉยๆเลยออกไปเดินเล่นแทน ในมือถือร่มประจำตำแหน่งของตัวเอง แล้วเดินไปหารถขึ้นให้เพื่อนๆ ไกลหน่อยก็ต้องเดิน เพราะเพื่อนแต่ละคนนี่สภาพไม่ไหว มีสองคนที่ใส่ผ้าใบมา ไอ้เอลฟ์พื้นรองเท้าเปิดไปแล้ว 30% ไอ้จิ๋วรองเท้ามันเป็นผ้าใบหนาๆใหญ่ๆอะข้างในเหมือนมีนุ่นนับล้านยัดอยู่ ไอ้วิวใส่รองเท้าอะไรมาไม่รู้ น่าจะแตะ แต่มันไม่มีร่ม ไอ้นุ้ยแม่งขี้เกียจเดินกลัวกางเกงยืนเปียก

                ฉันเดินไปเดินมา จนรถขยับ มีรถเมล์สามสี่คันมาจอดเทียบท่า ฉันเดินไล่ดูรถแต่ละคน ตอนนั้นฝนตกหนัก สายตาก็สั้น แว่นก็ชื้นๆ มองเลขรถไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ แต่ก็ชัดกว่าป้ายที่บอกว่าไปไหนๆหละน๊า

                ฉันเห็นรถคนนึงไปเดอะมอล์ท่าพระ มั้งตอนนั้น

          ‘ได้กลับบ้านแล้วเว้ย’

          ฉันวิ่งกลับไปบอกเพื่อนๆ ที่ยืนรออยู่

                “เฮ้ย รถเหลืองไปท่าพระวะ ไปเปล่า”ฉันมองหน้าเพื่อนๆทุกคน

                ตอนนี้ท้องฟ้าเริ่มมืดแล้วด้วย น้ำที่พื้นถนนก็ท่วมเพราะฝนตกหนักมาก

                พวกเราตัดสินใจขึ้นรถคันนั้นที่เป็นรถสีเหลืองแอร์ พวกเราก็จองเสา ที่นั่งกันเลย ที่คนก็เยอะกระเป๋าเลยยังไม่มาเก็บเงินพวกเรา

                “ไอ้กิ๊บแน่ใจนะว่ารถคันนี้ไปเดอะมอล์ท่าพระ” วิวถาม

                “ก็มันเขียนอยู่ข้างหน้าอะ ตอนนี้ไปไหนก็ขึ้นๆไปก่อนดีกว่า กูไม่อยากอยู่ตรงนั้นแล้ว”

          “ลองถามกระเป๋าดูดิมึง” ไอ้นุ้ยบอก

                “เออๆ เดี๋ยวถามกระเป๋ารถเมล์ก่อนนะเว้ย”

          พวกเราก็พยักหน้ารับ

                พอกระเป๋ารถเมลล์เดินมา

                “เออ...รถคันนี้ไปเส้นไหนคะ”

          “ก็ไปเรื่อยๆน่ะแหละ”

          พวกเราก็ งง สิ...

                ตอบงี้ กระทืบพวกกูเลยปะ

                “แล้ว...เดอะมอล์ท่าพระไปยังไง”

          “ก็นั่งรถไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็ถึง”

          เฮ้อกูละเหนื่อย

                ไอ้จิ๋วเดินมายืนข้างๆฉัน

                “ไปวงเวียนใหญ่ไหมคะ”

          “รถวิ่งทางเส้นจรัญอะหนู” 

          เฮ้อ...พวกกูจะรุ้ไหมเนี่ย

                พวกเราก็พยายามยิงคำถามลุงแบบเข้าใจง่ายๆ อะไรแบบนั้น แต่ก็ไม่ได้ผล ลุงกระเป๋ารถเมล์แม่งเมายากันยุง ดีนะที่รถติดอยู่ไม่งั้นพวกเราซวยแน่!

                พวกเราห้าคนยืนมองหน้ากันโดยมีนังลุงกระเป๋ารถเมล์เป็นตัวประกอบฉาก

                “เอาไง”

          “ลงเถอะวะ”

          “กูว่าไปเรื่อยๆก่อนดีไหม”

          “จรัญรถติดนะเว้ย”

          “เค้าว่ารอ 82 ดีกว่านะ”

         

                แต่สุดท้ายพวกเราก็ลง ปล่อยให้มันผ่านไปจะดีกว่า...

                ...

                ...

                ..

                “โอ๊ย ระทวยยย” ไอ้จิ๋วบ่น

                พวกเราก็เริ่มบ่นๆกัน รถไม่มีสักที รถก็ติด หกโมงจะทุ่มอยู่แล้ว ไอ้จิ๋วนี่โคตรรีบด้วยนะมันต้องรับไปโอนเงินค่าเสื้อ มันสั่งเสื้อผ่านเน็ตไว้

                ตอนนั้นพวกเราแทบจะร้องไห้เลยด้วยซ้ำ ทุกคนก็เริ่มเปียกๆกันแล้ว

                จนไฟเขียวรถก็ขยับแล้วจากพวกเราไป แล้ก็ไฟแดงใหม่ มีรถเมล์มาจดเทียบท่าติดอยู่ด้วย ฉันเลยถือร่มเดินออกไปดู

                “...หนาวชะมัด” ฉันถอนหายใจ ทั้งลมทั้งละอองฝน แถมความเหนื่อยรุมเร้าทำให้ฉันอยากจะหลับสุดตรีน

                ฉันยืนมองป้ายข้างรถ

                ‘วงเวียนใหญ่ เดอะมอล์ท่าพระ $%@#$@#’ อะไรอีกเยอะแยะ

                แต่เห็นแค่นี้ฉันก็ดีใจ คราวนี้เป็นรถพัดลมเปิดประทุนธรรมดาๆนี่แหละ

               

                “เฮ้ยยยยยยยยย” ฉันตะโกนเสียงดังจนคนแถวนั้นหันมามอง แต่ไม่อายเว้ย! ไม่ใช่คนแถวนี้จะอายอะไรจริงไหมหละ

                ฉันวิ่งมาถึงเพื่อนๆแล้วก็บอกว่ามีรถอยู่ตรงนู้น พวกเราต้องวิ่งย้อนไปขึ้นรถ ฝนก็ตก น้ำท่วมขัง แต่พวกเราไม่สน

                ประตูรถเมล์สาย 42 เปิดออก แต่แม่งจอดอยู่ไกลจากฟุตบาทเหลือเกินนนน แถมรถที่ติดไฟแดงอยู่ก็เริ่มขยับแล้วด้วย

                เอาวะ!

                ภายในเสี้ยววินาทีที่วิ่งมาถึงรถฉันตัดสินใจ พุ่งทะยานลงน้ำก่อนจะเด้งตัวเองขึ้นรถอย่างเร็ว เดี๋ยวเชื้อโรคเข้าเท้าแย่เลย

                “โอ๊ยยยยยยย ชีวิตกู”

          “ลำบากลำบนฉิบหาย”

          “ระทวยเลยกู แม่งงงงง”

          “แม่งโคตรฮาอะ”

          “โอ๊ยแม่ง ไม่มีใครช่วยกูเลยย T^T” ไอ้จิ๋วหอบแฮ่กเพราะมันโดนทิ้งให้วิ่งตากฝนมาคนเดียว คนอื่นเขาเนียนกันหมดน่ะสิ (เอลฟ์เนียนไปกับไอ้นุ้ย ไอ้วิวขโมยร่มจิ๋วไปใช้)

          “ฮ่าๆๆๆๆ สมๆๆ”

          “ไอ้กิ๊บ กูเรียกมึง ทำไมมึงไม่รอรับกู”

          “มึงเรียกตอนกูวิ่งถึงรถแล้วนี่หว่า กูขี้เกียจอะ” จริงๆครับ มันเรียกตอนฉันกำลังจะโดดขึ้นรถเลยแต่ไม่อยากกลับไป

                “ไอ้วิวก็แม่ง ขโมยร่มกู เอาไปถือเลยนะ”

          “ฮ่าๆๆ หรอวะกูลืม”

          พวกเรานั่งใกล้ๆกันเลย คือ ไอ้สามคน เอลฟ์ จิ๋ว นุ้ยนั่งเบาะหลัง ตรงกลาง ส่วนฉันกับวิวได้เบาะคู่ เกือบหลัง คือข้างๆกันแถวๆนั้นแหละ

                หลังจากที่กระเป๋ามาเก็บเงินพวกเราก็ฝอยกันตอน สุดท้ายพวกเราก็ได้กลับบ้านกันสักทีนึง!!! เย้

                นั่งไปสักพักก็เกิดการโต้เถียงกัน...

                ...

                “กูว่าไปลงวงเวียนใหญ่เลยดีกว่าจะได้กลับบ้านสักที” จิ๋วบอก

                “กูว่า ไปเดอะมอล์ท่าพระแล้วต่อรถไปลงหน้าดรงเรียนดีกว่าวะ”

          “แต่กูจะรีบไปจ่ายตังค์”

          “มึงก็ไปจ่ายที่ท่าพระไง”

          “มันไม่มีธนาคารที่กูจะไปอะดิ”

          “มี!! มึงอย่าบ้าดิ”

          “งั้นลงท่าพระก็ได้”

          สุดท้ายก็ลงท่าพระ

                พวกเราถามพี่คนนึงที่นั่งอยุ่แถวๆนั้นเพื่อถามทางลง พี่เขาก็ใจดีบอกพวกเราด้วย

                จนถึงจุดที่พวกเราต้องลง ขอบอกว่านั่งรถเลยไปป้ายนึง จำต้องเนย้อนกลับมา ฟ้าก็แร๊บแปร๊บๆ เสียวฉิบหายว่าจะผ่าใส่กลางกะบาน

                พวกเราเดินกันไปในซอยมืดๆ เดินไปเรื่อยๆจนเริ่มรู้สึกว่ามันจะไกลเกินไปและ เลยถามคนแถวนั้นถึง สายเมล์สายที่ผ่าน ปรากฏว่าผ่านทุกสาย พวกเราก็เลยกระโดดขึ้นรถเมล์คันนึง รถฟรีซะด้วย ฟินเลย

                ลงจากรถได้ก็เดินข้ามสะพานลอย พาไอ้จิ๋วขึ้นห้าง หลังจากไอ้จิ๋วจ่ายเงินค่าเสื้อมันเรียบร้อยไอ้วิวก็จะกดเงิน

                “เช๊ดเขร้!!!” ฉันตบป๊าบเข้ากลางหลังไอ้นุ้ย

                “อร๊ายยย มึงเอ๊ยย คู่เมื่อกี้โคตรฟินอ๊า”

          “เชี่ยยยย ไอ้กิ๊บเป็นหอกอะไรวะ!”

          “ก็เมื่อกี้อะแม่งงงง เคะน่ารักมากเลย! วร๊ายยย ฉันฟิน”

          ความจริงไอ้กิ๊บแค่เห็นเคะน่ารักๆก็ฟินแล้ว เพราะเป็นสายบูชาเคะ น้อยมากเลยที่จะชอบเมะอะนะ...

                “เฮ้ยมึงๆ” ไอ้วิวชักบางอย่างออกมาจากตู้ ATM

          “ฮืม?” พวกเราหันไปสนใจมัน (จากที่หันหลังคุยกันเองอยู่)

          “พี่คนไหนไม่รู้ลืมบัตร ATM ไว้วะ”

          “แล้วไง” ฉันเอียงคอเล็กน้อย (ไอ้กิ๊บไม่มีบัตร ATM ใช้ไม่เป็น เติมเงินโทรศัพท์ก็ไม่เป็น ขอบอกว่าความสามารถด้านบัตรๆพวกนี้ แย่มาก ยกเว้นบัตรเกมส์ โกงได้โกง...*- -)

          “เอ๊าไอ้นี่ ก็ต้องเอาไปคืนสิวะ”

          “ใช่พี่คนเสื้อชมพูปะวะ”   

          “กูไม่รู้วะไม่ได้มอง”

          “กูจำไมได้เว้ย”

          “ใครก็ไม่รู้แม่ง”

          “เดินหากัน ปะๆ”

          พวกเราก็จะเดินตามหาเจ้าของบัตร ATM กัน แต่ก็โดนป้ายามสกัดดาวรุ่งไว้ก่อน โดยป้าแกยึดบัตรนั้นไปบอกว่าจะเอาไปให้อะไรสักอย่างประกาศหาเจ้าของตัวจริงเอง

                พวกเราก็ร้องอ่อ มันเป็นวิธีที่ดี แล้วทำไมพวกกูโง่ตั้งนานที่คิดจะไปตามหาเจ้าของเองฟระ

                หลังจากนั้น...

                ไอ้วิวก็ซื้อพายข้าวโพดแม็กมากิน พวกเราก็เดินออกจากห้างพร้อมๆกัน ใช้เวลาในห้างแปบเดียวเพราะไม่รู้จะอยู่นานทำไมนักหนาน่ะสิ

                ณ หน้าห้าง ป้ายรถเมล์

                “เฮ้ยๆ รอรถลุงต๊องดีกว่าวะ”

          “รถลุงต๊อง?” ฉันถามกลับ ใครวะลุงต๊อง

                “รถกระป๋องไงมึง ซิ่งๆเลย”

          “อ๋อ”

          มันส์แน่เลยงานนี้ เพื่อนจะพาซิ่ง (ฮา)

          ฉันยืน ซ้อนด้านหลังไอ้เอลฟ์แล้วโอบรอบคอมันไว้ (ขี้เกียจยืนเฉยๆต้องหาที่เกาะ) พวกเพื่อนๆอีกสามคนก็ยืนหันหลังให้ถนนแล้วยืนหันหน้าเข้าหาเราสองคนแบบ ตัว U โดนล้อม ฮ่าๆ

                พวกเราก็คุยกันไปตามเรื่องตามราวเด็กๆพูดมาก รอรถด้วยแหละ ทำไมรถมาช้าจังน๊อ รถเมล์เพื่อนก็ไม่ขึ้นกันบอกจะขึ้นรถลุงต๊อง

                “หนูๆ” เสียงแก่ๆของป้าคนนึงเดินเข้ามาใกล้พวกเรา

                ป้าทักเอลฟ์... เอลฟ์เลยหันไปมอง ฉันก็เกาะอยู่ข้างหลังมองป้าด้วยสายตานิ่งเงียบ

                “ไปเดอะมอล์บางแคร์ ไปทางไหน”

                “ไปทางนู้นอะป้า ข้ามถนนไปรอรถเมล์ ค่ารถไม่เท่าไหร่เอง” จิ๋วตอบแทน

                ฉันก็มองปฏิกิริยาป้าแก

                “คือ ป้าขอตังค์หน่อยได้ไหม ป้าไม่มีเงินเลย” ป้าบอก

                ป้าก็หยิบกระเป๋าเก็บเศษเหรียญเล็กๆออกมาเปิดให้พวกเราดู ในนั้นมีเงินอยู่เจ็ดบาท

                “ป้าซื้อของไปหมดแล้ว ขอเงินค่ารถกลับบ้านให้ป้าหน่อยนะลูก ซัก 20บาทก็ได้”

          ขึ้นรถเมล์ขอยี่สิบเว้ย!

                ไอ้เอลฟ์ผู้ใจบุญ ก็มอบให้ป้าแกอย่างง่ายดาย 20 บาท แต่พวกเราสี่คนผู้บาปหนาไร้จรรญาบันนี่นิ่งเลย ไม่มีใครคิดจะให้

                ฉันว่าแม่งแปลกๆ บอกเงินหมดแต่เสือกช็อปซะหมดตัว มึงโง่หรือบ้าวะ

                “ขอบคุณมากนะลูก คือ...ป้าขอค่าข้าวหน่อยได้ไหม ป้าไม่มีเงินเลย ป้าหิวข้าวมากเลย ซัก 40”

          เอลฟ์ก็ทำท่าอึกๆอักๆเหมือนจะให้

                “ไม่มีอะป้า” เป็นเสียงวิวที่พูดปฏิเสธไป

                “ใช่ป้า พวกเราไม่มีตังค์ให้หรอก”ฉันก็รีบเสริมเลย แม่งเจอมิจฉาชีพแล้วพวกกู

                พวกเราพูดแค่นั้น ป้ามันก็เดินไป แต่ทางที่ไปไม่ใช่สะพานลอยหรอกนะ เป็นอีกทางนึง ที่มีฝูงคนอยู่อย่างหนาแน่นจำนวนหนึ่ง ที่รู้เพราะฉันแอบดูอะนะ

                “กิ๊บๆ กลับมานี่ อย่าไปสงสัยป้าแกเลยมันผ่านไปแล้วนะ”

          “อืมๆ แค่ยี่สิบเองกิ๊บ ช่างมันเถอะ”

          ฉันก็เลยเดินกลับมาที่เดิม

                ในเมื่อเพื่อนๆบอกว่าไม่ต้องสนใจฉันก็จะไม่สนแล้วปล่อยเรื่องผ่านไป

                พวกเราก็เริ่มคุยกันต่อ

                ...

                ...

                ...

                ..

                ..

                “ไม่มี!!” เสียงแหลมสูงปรี๊ด ทำให้พวกเราหยุดคุยกัน

                พวกเราหันไปมองตามทิศทางของเสียงนั่น เจอพี่สาวแต่งหน้าจัดร่างอวบนิดๆแต่ยังมีเค้าโคงความน่ารักอยู่ ยืนใกล้ๆกับพวกเรา ในมือมีโทรศัพท์ไอโฟนที่ถือแนบหูไว้

                และใกล้ๆกับพี่คนนั้นคือป้าที่หลอกเอาเงินเอลฟ์ไป 20 บาท กำลังยืนทำหน้าย่นเหมือนถูกขัดใจ

                “ @#%@#” ป้าแม่งด่าอะไรไม่รู้แล้วเดินจากไป

                “Eเฮ้” (มันหยาบคายมาก) พี่คนนั้นเอาโทรศัพท์ออกห่างจากหู แล้วตะโกนด่าตามไปอีกชุด “มาขอตังค์กูแล้วเสือกมาด่ากู งานการไม่มีทำหรือไงอีดวก นังหน้าxx เอ๊ย แม่ง “แล้วคุณพี่เขาก็ด่าไปเรื่อย

                พวกเรานี่มองหน้ากันเริ่กหลักเลย

                “เมื่อกี้เขาด่าว่าอะไรหรอพี่” พวกเราหันไปถามพี่แกที่ยืนทำหน้ายุ่งอยู่ข้างๆพวกเรา

                “ด่าว่าอี ดวก คะ” พี่เขาตอบกลับมา ระดับเสียงเป็นแบบปกติแต่ดูจะเจือๆความโกรธเคืองไว้อยู่

                “เขามาขอแถวนี้บ่อยหรอพี่”

          “โหยทุกวันอะน้อง วันนั้นพี่ยืนอยู่กับเพื่อนฝั่งนู้นมันก็ขอเพื่อนพี่ไป วันนี้แม่งยังมาเจออีก ซวยจริงๆ พวกน้องๆก็โดนหรอ”

          “โดนพี่ เมื่อกี้เอง”

          “อืมๆ แม่งงานการดีมีไม่ไปทำแต่งตัวก็ดูดี”

          ใช่และ เขาแต่งตัวแบบคุณครูเลยอะ

                “วันนี้พี่ทำกระเป๋าตังค์หายด้วยน้อง โคตรอารมณ์เสียอะ เอ๊อ น้องรู้ปะว่าโรงพักบุคคโลไปทางไหน”

          พวกเราก็มองหน้ากันเริ่กหลักต่อ ขอบอกว่าฉันไม่รู้จักโรงพักนี้จึงส่ายหัวไปมา

                แต่คนตอบก็เป็นไอ้จิ๋วน่ะแหละ มันก็บอกๆพี่เขาไป

                “เอางี้นะพี่ ถ้าพี่ไม่แน่ใจนะ พี่ไปถามพวกเสื้อส้มที่ยืนโบกอยู่ตรงนั้นอะ หนูว่าเขาหน้าจะรู้”

          “อ๋อ เออใช่ๆ เป็นเหมือนพวกจราจรนี่นะ ขอบคุณพวกน้องมากๆนะ”

          แล้วพี่แกก็เดินไปหาตาเสื้อส้มที่ยืนโบกรถไปมา ส่วนไอ้ป้า พวกเราคิดว่าน่าจะข้ามถนนไปฝั่งนู้นแล้ว

                “เฮ้ยๆ รถมาแล้วเว้ย”

          รถมาแล้ว

                พวกเราวิ่งจู๊ดไปขึ้นรถกระป๋องทันที แต่คนแย่งขึ้นโคตรเยอะอะ ฉันเลยได้นั่งหน้าเบียดกับไอ้วิวอยู่ข้างหน้า ขอบอกว่าข้างหน้าแม่งโคตรเบียด ไอ้วิวแทบจะต้องขี่คอลุงคนขับอะ

                ส่วนพวกข้างหลังก็ไม่น้อยหน้า ได้ข่าวว่าไอ้จิ๋วนั่งได้แค่ครึ่งตูด ไอ้เอลฟ์โดนเบียด ไอ้นุ้ยนี่ ขาข้างหนึงวางบนรถไม่ได้เลยต้องวางข้างล่างตรงที่เหยียบขึ้นมาอะ

                เรื่องราวก็จบเพียงแค่นี้ หลังจากนั้นพวกเราก็พากันแยกย้ายกลับบ้านทางใครทางมัน

 

          ….     .

.         ..        .         .

 

          ….

--------------------------------

เมื่อเที่ยงจริงๆจะลงและ เว็บล่มหรือเปล่าน๊อ

ลืมทำรูปแฮะ ฮา

Comment

Comment:

Tweet