บทที่ xxx 19 หอศิลป์

posted on 02 Dec 2012 15:23 by gipp2599 directory Diary

บทที่ xxx หอศิลป์&ศึกกษาภัณฑ์

          20/11/55 กว่าจะเขียนตอนเมื่อกี้เสร็จ...

                พวกเราไปจนถึงอศิลป์ได้อย่างปลอดภัย (จำไมได้ว่าเดินหรือนั่งรถไป คือเรื่องราวมันไวมาก) แต่จู่ๆไอ้นุ้ยดันบอกว่าต้องรีบกลับบ้านเพราะไม่มีใครไปรับน้องที่เรียนพิเศษเลยสักคนเดียว แถมน้องชายคนกลางของมันก็เรียนพิเศษจนถึงหกโมง โดยที่น้องสาวคนเล็กเลิกเรียนก่อน พวกเรานี่เซ็งเลยประมาณว่า พวกกูจะไปต่อยาวๆไม่ได้เลยใช่ไหม

                “ค่าเข้าชมสามสิบบาทเลยหรอวะ” จิ๋วชะเง้อคอมองเข้าไปด้านใน

                พวกเรายืนเก้ๆกังๆมองตามๆกันเข้าไป

                “ลองเข้าไปถามดูก่อนปะ” ไอ้วิวก็เดินขึ้นบันไดตรงหน้าตึกขึ้นไป แล้วค่อยเดินไปผลักประตูกระจกให้เปิดออก พวกเราก็ตามๆกันเข้าไป ดูเหมือนชั้นลางตรงโถงกลางจะมีงานอะไรสักอย่างอยู่ เพราะมีคนเยอะแยะเลย แถมรู้สักจะมีดาราด้วยใครก็ไม่รู้ไป เป็นผู้ชาย

                “น้องๆเป็นแฟนคลับมาดูงานหรอคะ” พี่สาวสวยที่เค้าเตอร์ถาม

                “เปล่าคะ พวกเราจะมาดูภาพศิลปะ” วิวตอบ

                พวกเรายืนเกาะโต๊ะเค้าเตอร์กันทุกคนเลย เหมือนพวกเด็กหลงทางมาขอเงินกลับบ้านอะ

                “น้องๆเป็นนักศึกษาใช่ไหมคะ ถ้าเกิดว่ามีบัตรนักเรียน นักศึกษาสามารถเข้าชมงานได้ฟรีเลยนะคะ”

          “มีคะมี” วิวก็ล้วงๆหาบัตรยื่นให้พี่

                ฉันลองเปิดกระเป๋าดูเพราะเพื่อนๆก็ล้วงหาบัตรกันแล้ว ปรากฏว่าแม่ง ไม่มีบัตร นร. TT

                “ถ้ามาจากโรงเรียนเดียวกันก็เข้าชมกันฟรีได้เลยคะ ใช้บัตรใบเดียวเข้าได้เลย”

          เย้

                พวกเราก็ยิ้มกันหน้าบานเลย นอกจากจะมีแอร์เย็นๆชิวๆแล้วยังเดินชมงานศิลปะแบบสบายๆ

                หลังจากวิวเซ็นชื่อ ฝากของเรียบร้อยพวกเราก็ทำตัวลีบๆเดินผ่านงานอะไรก็ไม่รู้ของเขาไป งานก็จัดไม่ใหญ่มากเล็กๆ เหมือนพวกงานมีทติ้งอะไรกันธรรมดา

                พวกเราเดินขึ้นบันไดไปชั้นสอง ที่เปิดไฟสว่างมาก

                ตอนขึ้นไปมีคนอยู่แค่สามสี่คนเอง ขอบอกว่าสุดยอดเลย มีภาพสวยๆเยอะมาก พวกเราก็เดินดูไปทึ่งไป เพราะงานแต่ละชิ้นนี่สร้างสรรค์ออกมาได้ดีจริงๆ

                หลังจากดูชั้นสองเสร็จก็ขึ้นไปชั้นต่อๆไปแต่ดันไม่เจออะไรเลย พวกเราจึงเดินลงมาชั้นล่าง

                “ไปดูหนังสือกันที่ศึกษาภัณฑ์ปะ” วิวหันมาถามเพื่อนๆ

                “ไม่ได้วะกูต้องกลับบ้าน” นุ้ยส่ายหน้าไปมา

                “อยู่กับพวกกูดิ มึงก็ให้คนอื่นไปรับแทน” จิ๋วแย้ง

                “นั่นน้องกู มึงจะให้กูทิ้งน้องได้ยังไง”

          แล้วพวกมึนก็เถียงกัน ฉันก็ยืนกางร่มกันแดดเดินตามเพื่อนๆไปชิวๆจนถึงนู้นอะ ศึกษาภัณฑ์ มันเป็นร้านขายอุปกรณ์การเรียนแบบครบ และใหญ่มาก มีครบทุกอย่างเลยมั้ง

                พวกเราก็เดินๆเข้าไป อย่างแรกเลยที่ทำ ไปซื้อน้ำกิน เพราะหิวน้ำมาก! ตั้งแต่เข้าวัดภูเขาทองจนนี่ก็บ่าย สามกว่าแล้ว น้ำยังไมได้กินสักหยด รนทดแท้ชีวิต

                จริงๆแล้วฉันแย่งเพื่อนกินน่ะ = =

                พอซื้อน้ำอะไรกันเรียบร้อยพวกเราก็เดินขึ้นชั้นบน ก็มีข่าวดีมากบอกหลังจากที่แอบเห็นไอ้นุ้ยหลบไปคุยโทรศัพท์

                “พ่อกูไปรับน้องให้แล้ววะ” ไอ้นุ้ยบอก

                “เออ ดี ความจริงน้าเกลี้ยงควรจะทำแบบนั้นตั้งนานและ” พวกเราพยักหน้าให้กับคำพูดไอ้จิ๋ว

                พวกเราก็เดินดูของกัน ตอนนั้นมีเงินติดตัวอยู่น้อยมาก ฉันเลยแค่ดูของเฉยๆแต่ไม่ซื้อ

                ดูสีก็อยากได้ ดูจานผสมสีก็อยากได้ พู่กันก็ด้วย ปากกาดำ ดินสอ กระดาษ @#$%@#$@$ อยากได้เยอะมาก แต่สิ่งที่ทำให้ซื้อไม่ได้คือ ไม่มีปัจจัย

                “เดินตั้งนานพวกมึงได้ไรกันบ้างวะ” ฉันเดินไปถามเพื่อนๆที่ยืนเลือกปากกากันอยู่

                “กูได้นี่...” วิวชูปากกาหลายๆแท่งให้ดู

                มันคือปากกาแท่งลายๆ ยี่ห้อนึง แท่งละ 4 บาท (ที่อื่นขาย 5 บาทอะ) ที่แม่งถึกๆ มันซื้อไป4-5แท่งเลย

                จากไอ้วิวเพื่อนๆก็เอาของมาให้ดูกันว่าแต่ละคนได้อะไรบ้าง ขาดไปคนนึง

                ไอ้นุ้ยหายไปไหนว๊า

                ฉันออกจากล็อคเครื่องเขียนไปล็อคข้างๆ เป็นล็อคเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เจอไอ้นุ้ยจริงๆด้วย

                ฉันเดินไปคุยกับไอ้นุ้ยสักพักเพื่อนๆที่เหลือก็ตามมาสมถบ ไออ้นุ้ยมันจะซื้อคีย์บอร์ดคอมใหม่ แต่ตังค์รู้สึกจะไม่พอมั้ง มันก็ยึกๆยักๆจะซื้อไม่ซื้ออยู่นั่น สุดท้ายก็ไม่ได้เอามา พวกเราเดินออกจากล็อคนั้นมาจ่ายเงินค่าของ

                รู้สึกพวกมันจะจ่ายรวมกันแล้วขอเบิกบิลมั้ง

                น่าเสียดายมากๆที่ฉันและชาวเพื่อนๆห้อง 6/9 ไม่สามารถรับเงินมาซื้อของได้เพราะโดนอาจารย์บังคับซื้อโคตรเซ็งอะ เกลียดมากเลยพวกที่พาคนอื่นเขาซวยแล้วไม่มีความรับผิดชอบเนี่ย!

                พวกเราซื้อของกันเสร็จก็นู้นเลย ร้านปิด เดินออกมาท้องฟ้าก็ครึ้มๆเหมือนฝนจะตก

                “ปะๆ ข้ามถนนได้แล้ว”

                พวกเราวิ่งตามกันข้ามถนนไปอย่างเฮฮา ขนาดตอนข้ามถนนก็มีแกล้งๆกันบ้าง

                พวกเราเดินไปเรื่อยๆเพื่อจะไปป้ายรถเมลล์

                “เฮ้ยๆ 82 เว้ยๆ วิ่งๆ”

                ไอ้จิ๋วบอกให้เพื่อนๆวิ่งตามรถเมล์ 82 ที่ขับรถนำพวกเราไปนู้น ภายในรถว่างมาก

                พวกเราใส่เกียร์หมาวิ่งกันสุดชีวิต

                “รอด้วยเว้ยยยย!!” ฉันตะโกนตามรถเมล์ไปพร้อมๆกับขาที่พยายามวิ่งอยู่

                “อ๊ากกก แม่งไม่รอกูเลยยยย” ไอ้วิวตะโกนไล่ตามหลังมา

                พวกเราวิ่งกันสุดตรีนแล้วจริงๆ แต่สุดท้ายก็ไม่ทัน

                รถเมล์แม่งดันอยู่ถนน เลน 2 มันเล่นจอรถกลางถนนปล่อยคนลงมา 1 คนแล้วมันก็ออกรถไปเลย พวกเราได้วิ่งเหนื่อยฟรีไม่พอ อายฟรีอีกด้วย

                “เชี่ยยยยย รถห่าไม่รอพวกกู”

          “กูเหนื่อยฉิบหาย”

          “กูพยายามแล้วนะ”

          “โอ๊ยเหนื่อยเว้ยยย”

          “เวรกรรม ฝนตก!”               

                พวกเราวิ่งเข้าเซเว่นไปหลบบฝนพร้อมกัน ฝนที่จู่ๆก็เทโคร่มลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้พวกเราไม่สามารถยืนรอรถต่อได้ต้องรีบจรลีไปหลบโดยด่วน

                “กินซาลาเปาหรอมึง” ฉันเดินมาหยุดยืนอยู่หน้าตู้ขนมจีบซาลาเปาข้างๆไอ้นุ้ย

                “เออ มึงกินปะ” มันหันมาถาม

                “กินดิ แม่งหิวและกูว่าอีกนานด้วยหาอะไรกินๆไว้หน่อยก็ดี”

                ไอ้นุ้ยสั่งเปาหมูสับ สองลูก คือของมันลูก ของฉันลูก พอได้มาหลังจากเสียสินทรัพย์ไปฉันก็ทำการเขมือบมันลงท้องในทันใด จะเก็บไว้ให้มันบาดตาทำไมหละ

                “เมื่อไหร่รถจะมาวะเนี่ยยย” จิ๋วบ่น

                ตอนนี้เพื่อนๆฉันยืนเกาะกระจกมองรถที่ติดไฟแดงกันอยู่ในเซเว่น

                “มึงรอให้รถขยับก่อนเถอะวะ” ไอ้วิวยืนมองถนนที่หนาแน่นไปด้วยรถอย่างเซ็งจิต

                ฉันคิดว่าวันนี้คงกลับบ้านดึกชัวร์ โทรกลับบ้านหน่อยดีกว่า

                ตื๊ด...

                ตื๊ดดด...

                แกร๊ก

                [ฮัลโหล]

          “ฮัลโหล วันนี้เค้ากลับดึกนะ” ฉันบอก

                [อืม ที่บ้านไม่มีอะไรกันนะ ป๊ากับแม่ก็ไม่อยู่]

                คือวันนั้นรู้สึกพ่อกับแม่จะไปต่างจังหวัดแบบสวนกัน แม่กลับวันนี้แต่ดึกมากรู้สึกจะถึงบ้านตี 3 อะ ส่วนพ่อก็เพิ่งไป

                “อืม ไม่เป็นไร เดี๋ยวเค้าหาอะไรกินจากข้างนอกละกัน”

          [อืมๆ รีบๆกลับบ้าน]

          “คร้าบบบ”

          ฉันวางสาย เก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า

                “เมิ๊งงงง!!” ฉันวิ่งจู๊ดไปหาเพื่อนที่ยืนรวมตัวกันอยู่

                “วันนี้เว้ย กูอยู่กับพี่สองคน อ๊ากก เสร็จกูๆๆๆ เล่นเกมส์ๆๆๆๆ” ฉันกระโดดโลกเต้นเป็นลิง

                “ปกติพ่อแม่อยู่มึงก็เล่นไม่ใช่หรอไอ้กิ๊บ”

                “เออ กูเล่นไง แต่วันนี้กูจะแบบว่า เต็มที่ๆๆๆๆ” ฉันหัวเราะเบิกบาน

                หลังจากนั้นพวกเราก็คุยกันไปคุยกันมา หยอกล้อกันไปเรื่อย ไม่มีวี่แววของรถเมล์สาย 82 เลย

                “กูว่าออกไปรอรถข้างนอกกันเถอะวะ” ไอ้จิ๋วชวนเพื่อน

                “อยู่ในนี้แหละเดี๋ยวโดนละอองฝนแล้วเดี๋ยวจะเป็นหวัดเอาได้” ฉันบอก

                “แต่อยู่ในนี้ก็มองไม่เห็นรถนะเว้ย ออกไปรอข้างนอกกัน” ไอ้จิ๋วเถียงกลับ

                ฉันเลยต้องถอนหายใจแล้วหันไปหาไอ้วิวอย่างต้องการความเห็น

                “เอาดิ ออกไปรอข้างนอกก็ได้”

          ตอนนั้น พวกเราอพยพตัวเองออกมากเซเว่น ไปยืนรอรถหน้าเซเว่นแทน

                ฉันมองป้าๆ ซิ่มๆที่ยืนหลบฝนกันอยู่ พวกเขาก็มองกลับมาทางพวกเราเหมือนกัน

                อีกนานไหมน๊อกว่ารถจะมา..

                .....

                ......

                .......

                .....

 

------------------------------------------------------------------
 
ตอนนี้สั้นๆแถมไม่มีรูปด้วย
 
ช่วงก่อนหน้านี้ติดนิยายอยู่่เรื่องนึง เรื่องนี้มี 2 คู่ คู่หลัก คู่รอง (Y นะ)
 
อ่านๆไปใช่มะ ถึงกลางเรื่อง ก็ปรากฏคู่รองมา ตอนแรกก็ไม่เท่าไหร่เพราะเดาๆไว้บ้างอะไรบ้าง
 
พอได้อ่านตอนพิเศษคู่รองเท่านั้นแหละ โป๊ะเช๊ะ โดนใจจังๆ แบบว่า รักคู่รองเลย
 
แต่ได้อ่านอยู่ 3-4 ตอนมั้ง แถมล่าสุดดันมาค้างตอน NC จบกัน
 
นิยายไม่ต่อมาตั้ง 7 เดือนแล้ว โคตรเศร้าเลยเว้ยยยยยยยยยยยยย // กรีดร้อง (ได้ข่าวว่าแกอาทิตย์หน้าสอบลาดกระบังไม่ใช่หรอยะ!!!)

Comment

Comment:

Tweet