บทที่ 17 มอบของจากใจ

posted on 09 Nov 2012 19:06 by gipp2599 directory Diary
ชื่อแม่งลิเก
 
-------------------------------------
 

บทที่ xxx มอบของ

                ......................

                ......

                .......

                .....

                ..

                หลังจากเดินไต่ขอบสระไปเอาของอย่างยากลำบาก ฉันก็กลับไปตรงจุดนั่งพักในสระน้ำที่มีหลังคาประหนึ่งบ้านทรายทอง มันจะมีจุดที่ทำเป็นเหมือนเบาะสำหรับนั่ง แต่จริงๆนะ แม่งนั่งไม่ได้หรอกนั่งได้แปบนึงก็ลอย เนี่ยลองมากับตัวเองเลย ลอยซะเกือบจมน้ำดับอนาถ

                ฉันก็เดินกลับมานั่งตรงหน้าไอ้วิว ข้างๆเป็นเอลฟ์ จิ๋วกับไอ้นุ้ยก็ยืน มีไอ้วิวนั่งตรงกลาง

                “เอานะ...คือ ในกล่องนี้เป็นของขวัญที่พวกกูไปหามา” ฉันพูดสด ไม่ลิปซิ้ง ไม่มีสแตนอิน ไม่เตรียมบท...คิดกันสดๆซิงๆ

                “อาจจะไม่ดี ไม่ถูกใจ แต่มันคือของที่พวกกูอยากจะให้ มันก็ไม่ได้แพงอะไร ก็ เลยวันเกิดมึงมาสักพักแล้ว พวกกูหาโอกาสให้ไมได้สักที ก็นี่แหละ...”

          ฉันก็หยุดพูดไปเฉยๆ

                “เอานะ...1 2 3” เอลฟ์พูดขึ้น แล้วก็ตบมือ จิ๋วกับนุ้ยก็ตบมือ ฉันก็อยากตบนะแต่แม่งถือกล่องอยู่

                “Happy Birthday!  Happy Birthday to you!  Happy Birthday! Happy Birthday Happy Birthday to you~♫” พวกเราทั้งสี่คนร้องเพลงพร้อมๆกัน

                ไอ้วิวแม่งเขินได้รุนแรงมาก มันเล่นจับก้นเพื่อนๆไม่พอยังดึงขาฉันจะลากลงไปแดรกในน้ำแม่ง ถ้าของเปียกนะเละๆ

                พวกเราร้องเพลงไปพร้อมๆกับเสียงหัวเราะบ้าบอขอแตกของแม่มดในกล่อง

                “อะ...” ฉันยืนกล่องในมือให้มันไป วิวรับไว้ก่อนจะลอยคอมานั่งกลางระหว่างฉันกับเอลฟ์

                “ไอ้ตัวในกล่องกูชอบมากอะ แม่งหน้าเหมือนมึงเลยวิว”

                “เชี่ยยย ตัวอะไรวะเนี่ย” ไอ้วิวหยิบขอในกล่องขึ้นมาดู แม่มดยังหัวเราะไปเรื่อย แม่งหัวเราะตลอดจริงๆ

                “การ์ดนั่นพวกกูช่วยกันทำ แหล่มปะหละ” ฉันยินร่า

                แผนการของพวกเราไม่มีอะไรมาก เซอร์ไพท์เล็กๆน้อยๆ แค่การที่พวกเราได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลาทุกช่วงเวลามีค่าเสมอ ฉันคิดแบบนั้น

                ทุกสิ่งทุกอย่างคือความทรงจำที่ดี ตอนนี้พวกเราก็ม.6 ปีหน้าคงยากจะได้อยู่พร้อมหน้ากัน ทุกครั้งที่ชวนไปไหนพูดตรงๆว่าอยากให้ไปครบๆ แต่มันก็ยากนะเมื่อมีคนที่คิดมาก คนที่ชวนยังไงก็ไม่ไป พวกเราเป็นกลุ่มและสังคมเล็กๆแต่ก็ยังมีปัญหากันได้

                เรื่องปัญหาไม่อยากจะเอามาพิมพ์ใส่ จึงขอละไว้เลยดีกว่า

                ...

                ...

                ...

                ..

                ....

                พวกเราลอยคอกลับไปขึ้นฝั่ง คุยๆกันเรื่องจะถ่ายรูปกลุ่ม กันสักหน่อย

                “เฮ้ย มาโดดน้ำเล่นกันๆ” ฉันยืนอยู่ขอบสระโบกไม้โบกมือเรียกเพื่อนๆให้หันมาสนใจ

                “เอาดิ มาๆ”

          ทุกคนพยักหน้ารับแล้วก็ยืนเรียงแถวหน้ากระดานกัน

                “เดี๋ยวนับนึงสองสามโดดเลยนะ”

          พวกเราก้าวไปยืนขอบสระเรียบร้อย เตรียมโดดเลยไม่วิ่งเพราะว่าพื้นสระมันเป็นหินอ่อนลื่นโคตรอะ ถ้าเดินไม่ดีขอบอกว่ามีเละ

                “1...” วิวนับ

                “2...” เอลฟ์นับต่อ

                “สะ...แฮ่!!”

          ตู้มมมมมมม!!!

          ไอ้จิ๋วถูกหักเหลี่ยมโหด ฉันพยักมันลงน้ำเต็มๆ มีล่วง

                “ก๊ากฮ่าๆๆๆ” พวกเราก็ฮาก๊ากกันสิครับ

                “อะ...ไอ้...ไอ้เชี่ยย...ชะ...ช่วย...” มันทำท่าจมน้ำ

                “เฮ้ยๆจมๆ”

          ฉันกับเอลฟ์ก็กระโดดลงน้ำไปหิ้วปีกมันขึ้นมา โผล่พ้นน้ำได้มันก็ไอค่อกแค่กๆใหญ่เลย แมร่งฮามาก

                “เล่นเหรี้ยอะไรของมึงวะไอ้กิ๊บ ไอ้ชรั่ววว”

          “อะไร แกล้งนิดแกล้งหน่อยอะโด่ ไม่จมหรอกไว้ใจกูดิ” ฉันยืนเท้าเอวเชิ่ดหน้าขึ้น

                “มาใหม่ๆ คราวนี้ไม่แกล้งแล้ว ฮ่าๆๆ”

          ฉันเรียกเพื่อนจัดแถวใหม่อีกรอบ

                “อย่าแกล้งกันนะเว้ย มาๆ”

          “หนะ...”

          ตู้มมมม! อีกที...

                “ไอ้เหรี้ยยยยยยย กิ๊บแม่งงงง”

          คราวนี้ผู้เคราะห์ร้ายคือวิว วิวถูกฉันผลักตกน้ำถึงแม้ตอนแรกมันจะตั้งตัวได้ แต่ก็ตอนเกือบตกไปแล้วน่ะแหละ

                “เด็กๆ มาๆแม่จะถ่ายรูปให้ ไปยืนกันตรงนั้นสิ”

          “คร๊าบบบ/ คร๊า” พวกเราขานรับแล้วเดินเรียงแถวกันไปยืนขอบสระอีกจุดนึง ส่วนวิวก็ไปโผล่ขึ้นจากน้ำตรงจุดนั้นเลย

                “พี่ถ่ายด้วยๆ”

          น้าวิวลอยคอมาแจม

                พวกเราทั้งหกคนยืนเรียงแถวหน้ากระดานกันใหม่ คราวนี้ฉันดึงแว่นตาลงมาใส่ดีๆ ตอนนี้ไม่ใช่แว่นยี่สิบบาทและนะแว่นยี่สิบแม่งกาก พังไปเรียบร้อยเลย ตอนนี้เป็นแว่นเก่าเก็บใช้ตั้งแต่ประถมจนจะจบม.ปลาย

                “1”

          “2”

          แม่วิวนับถึงสองฉันก็ยกมือปิดจมูก เดี๋ยวน้ำเข้าแล้วแสบจมูกไม่ดีๆ

                “3”

          ตู้มมมมมมม~~~!!!!

          พวกเรากระโดดลงน้ำพร้อมกัน

                “เฮ้ยๆ”

          ฉันดันตัวเองให้พ้นจากน้ำแล้วลอยคอยไปคายน้ำออก แอ็ก คลอลีนเต็มๆ

                “จิ๋วปล่อยกู๊” เสียงไอ้เอลฟ์แว๊ด

                ฉันหันไปมอง เอลฟ์ที่ลอยคออยู่ในน้ำแม่งโดนปลิงเกาะสงสัยจะกลัวมาก

                สักพักวิวก็ว่ายไปช่วยประคองทั้งคู่ไว้จะได้ไม่จม

                “เอาใหม่นะ คราวนี้โดดไกลๆเลยนะ” วิวเตี๊ยม

                พวกเราทุกคนพยักหน้า ฉันก็ยืนเท่น้ำออกจากแว่นแล้วก็ใส่ใหม่

                พวกเราเก๊กท่างามๆ(ประชดนะ)ก่อนถ่าย แม่วิวก็นับหนึ่งสองสามตามสเต็ปพวกเราก็โดดเลย ตู้มแรงๆ

                คราวนี้ไอ้จิ๋วมาเกาะฉันแทน อ๊ากก กูจะจมแล้ว

                “ฮะ...เฮ้ย...บะ...เบาๆ” แม่งไม่มีใครมาช่วยกูเลย

                ฉันพยายามทรงตัวแล้วแม่งทำไมกูลอยถอยหลังวะ ไอ้จิ๋วมันเล่นทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงมาเลยขนาดอยู่ในน้ำยังรับรู้ได้ถึงความ หนัก หน่วง เหนี่ยว เอาให้ครบ

                หลังจากหยุดลอยถอยหลัง แม่งลอยไปเกือบกลางสระ ฉันก็ค่อยๆเดินไปขึ้นฝั่งใหม่

                คราวนี้พวกเราก็ยืนเรียงกัน ไอ้นุ้ย เอลฟ์ จิ๋ว ฉัน วิว น้าวิว

                “อยากทำท่าตัวอักษรอะ” วิวทักขึ้น

                “แล้ว?”

          “ก็จะทำอะ”

          ตอนนี้นึกไม่ออกว่าตอนที่ทำ ทำท่าอะไรกัน จำได้แค่ว่าตัวเองทำท่าตัวโอ พวกเราก็โดดพร้อมกันอีกรอบ

                ลงน้ำได้แม่วิวก็เรียกไปดูรูป น้าน้องวิวเขาก็ขึ้นจากน้ำเดินไปดูรูป ตามด้วยวิว นุ้ย ส่วนฉันกับเอลฟ์แล้วก็จิ๋วน่ะหรอ

                “กิ๊บๆ แบกกูไปดูรูปหน่อยเด๊ะ”

          “เออ เกาะๆ”

          นั่นแหละ ฉัมีคนเกาะหลังเลยเดินไปช้า จะว่ายไปก็ไม่ได้ เอลฟ์มันก็เดินตามกว่าจะเดินมาถึง นะโห ให้กูว่ายมาเถ๊อะ

                หลังจากนั้นพวกเราก็เล่นน้ำกันต่อสักพัก ดั๊นมีคนอยากจะไปซาวน์หน้า ฮ่วย!

          “ไปซาวน์หน้ากันมึง” จิ๋วสะกิดวิว

                “ไปดิปะ”

          “เค้าไปด้วยย”

          แล้วพวกมันก็ไปล้างตัวเตรียมซาวน์หน้ากัน

                ชิบหายยยย กูไม่อยากซาวน์หน้าอ๊า

                “นุ้ย เล่นน้ำต่อปะ”

          “ว่าจะไปซาวน์หน้าวะ หรือมึงจะเล่นต่อเดี๋ยวกูอยู่เป็นเพื่อน”

          “เฮ้อ...ไม่ต้องอะ กูไปด้วยก็ได้”

          จำต้องไปซาวน์หน้ากับพวกนั้น

                ฉันขึ้นจากสระวางแว่นตาไว้ที่โต๊ะแล้วเดินเข้าไปห้องอาบน้ำพร้อมไอ้นุ้ย ห้องแรกไอ้จิ๋วกับไอ้วิวอยู่ มันจะล็อคห้องทำติ่งอะไรวะ!

                ฉันเลยเดินไปห้องสองประตูมันล็อคไม่ได้ ก็เลยเข้าได้ เอลฟ์กำลังอาบน้ำอยู่เลย อาบชุดด้วย คือพวกเราอาบน้ำด้วยกันนะแต่ไมได้ถอดชุดออก

                ล้างตัวเสร็จ ฉันก็ออกมาพร้อมผมกระเซิงแต่สระแล้วสะอาดเอี่ยม ไปล้างตัวแหล่มๆห้องไอ้วิวไม่ถนัดใช้สบู่ก้อนเท่าไหร่ พวกเราก็เดินเข้าห้องซาวน์หน้าทั้งที่ตัวเปียกๆเลย . . .

                กะเข้าไปให้ตัวแห้งน่ะ...

                พวกเรานั่งร้อนกันอยู่ในห้องซาวน์หน้า

                “แม่งข้างบนร้อนวะ” ห้องซาวน์หน้าเป็นที่นั่งสองชั้นนะ ไอ้วิว เอลฟ์ วัน นั่งบน

                ฉัน กับจิ๋วนั่งข้างล่าง

                “เออ ดีแล้วจะได้ผอม”

          ตอนนี้ความร้อนอยู่ที่ สามสิบต้นๆ พวกเรายังคุยกันให้แซ่ดประหนึ่งไมได้พบกันมาหลายสิบชาติที่มีเรื่องราวมากมายมาเล่า

                พวกเราคุยกันไปเรื่อยตั้งแต่แม่ไก่ออกลูกเป็นไข่ จนฝนฟ้าคะนองกระจายเต็มพื้นที่ อะไรก็ตามพวกเราขุดคุ้ยเอาออกมาเม้ามอยกันได้หมด จนความร้อนอยู่ที่สี่สิบองศา

                พวกเราเริ่มหายใจเป็นไอร้อนๆ  ขาฉันเย็นมากแต่หน้านี่โคตรร้อนเลย หน้าใหม่ๆชอบกล

                “เริ่มร้อนแล้ววะ”

          “ร้อนแล้วแม่งเงียบกันเลยนะ”

          พวกเราหลังจากที่แย่งกันคุยก็เปลี่ยนเป็นสักพักพูดคนนึง ฉันเดาว่าห้องซาวน์หน้าแม่งต้องติดกับห้องผู้ชายชัวร์ เพราะได้ยินเสียงคนคุยกันดังมาจากอีกฝั่ง และไม่ต้องถามเลยว่าพวกเขาได้ยินที่พวกเราคุยไหม ของบอกว่าได้ยินจนรู้สึกรำคาญแล้วอยากเดินมาตบพวกเราเลยหละ เพราะคุยกันโคตรซิ่ม โคตรแปะดังอะ

                “เขาบอกว่าให้ออกไปยืดเส้นยืดสายบ่อยๆนะเว้ย พวกมึงออกกันยัง” ไอ้จิ๋วทักขึ้น มันขึ้นไปนั่งเบียดเพื่อนด้านบนเรียบร้อย ด้านล่างก็ของฉันคนเดียว ฮา

                “กูลองออกไปยืดเส้นยืดสายดูดีกว่าวะ”

          แล้วไอ้เอลฟ์ก็เดินออกไป

                “โคตรเย็นเลยอะ~”

          มันก็ออกไปบิดซ้ายบิดขวา คราวนี้ฉันก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปบ้าง

                เย็นสัดๆ...

                ยืนกอดอกพิงพนักสักพักฉันก็กลับเข้าไปนั่งต่อ

                “ตอนนี้กี่องศาแล้ววะ” ฉันถาม

                “กูดูแปบ เอิ่ม...จะห้าสิบแล้ววะ”

          “ร้อนเจี๊ยว...”

          “มึงมีหรือไง”

          “ไม่มี กูแค่อุทาน”

          ฉันยักไหล่

                “ร้อนๆงี้กูนึกถึงทะเลทรายเลยวะ” จิ๋วพูดขึ้น

                “แต่ทะเลทรายแม่งหนาวตอนกลางคืนนะมึง แถมกลางวันนะแดดร้อนกว่านี้อีก”

          “มันก็ใช่ไง กูแค่บอกเฉยๆว่ากูนึกถึงทะเลทรายนะ”

          “เออๆ”

          พวกเราก็คุยกันต่อ หลังจากนั้นก็ออกมาล้างตัวกันอีกรอบแล้วก็แยกย้ายกันไปใส่เสื้อผ้า

                ขอบอกว่าเป็นอีกครั้งที่ฉันเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วออกมาเป็นคนสุดท้ายเลย ออกมาพวกเพื่อนๆแม่งก็ไปดองกันอยู่ในห้องฟิตเนส

                แต่ฉันตัวเสือกเลย ไปเผลอเปิดห้องควบคุมงานซะได้ เจอคอมพิวเตอร์สองตัว ลุงคนนึงที่นั่งดูจอนั่น มันเป็นภาพแสดงผลองกล้องวงจรปิดรอบๆสระในฟิตเนส แล้วก็ ในห้องซาวน์หน้า

                หลังจากพวกเราออกมา พวกเราก็ไปเก็บของเตรียมกลับบ้านกลับช่องกันตอนห้าโมงเย็น แดดอ่อนๆทำให้ฉันที่เก็บของเสร็จแล้วว่าง ขอเดินถ่ายรูปสักพักดีกว่า

                ฉันเดินไปถ่ายรูปสระว่ายน้ำ...

                แล้วก็เดินกลับมาตรงจุดนั่งชมวิว

                ฉันก้าวขึ้นไปยืนบนกำแพงที่ไม่สูงมาก แล้วก็ถ่ายรูบ้านคนอื่นเขา...

                เด็กคนนึงปั่นจักรยานออกมาจากบ้านหลังนึง ฉันมองเด็กที่ปั่นจักรยานไปหาป้าส่งยาคูล สองคนนั้นคุยอะไรกันสักพัก เด็กก็ปั่นรถกลับมา

                “ม๊าคร้าบบบบ ม๊า” เด็กน้อยตะโกนเรียกแม่ที่อยู่ในบ้าน

                “ม๊า ป้าเค้าไม่ได้ขายข้าวต้มมัดอะครับ” เด็กน้อยบอกแม่

                ฉันหันกลับไปดูสาวยาคูลอีกครั้ง....

                สาวยาคูลแม่งขายข้าวต้มมัดตอนไหนวะ

                “น้อง...(จำชื่อไม่ได้) เข้าบ้านได้แล้ว ใครอนุญาตให้ออกไปข้างนอกฮะ” เสียงผู้ชายที่ฉันเดาว่าน่าจะเป็นพ่อเด็กตะโกนดังออกมาจากบ้านหลังนั้น

                ชิบหอกหัก...เมื่อกี้ฉันถ่ายรูปบ้านเขาด้วย กูจะโดนตีนไหมเนี่ย

                “ก็ผมปั่นจักรยานเล่นอะครับ”

          “ใครให้ออกไปเล่น กลับเข้าบ้านเดี๋ยวนี้”

          เด็กน้อยทำหน้าเศร้าหมอก แต่ก็ปั่นจักรยานเข้าไปในบ้าน สักพักก็มีคนออกมาเลื่อนประตูปิดใครก็ไม่รู้ที่เลื่อนประตูปิดลง

                “กิ๊บ ยืนดูอะไรอยู่วะ” เพื่อนๆเดินมายืนเป็นแบ็คอัพด้านหลัง

                “กูมองสาวยาคูลอยู่”

          “มองทำไม”

          “เมื่อกี้มีเด็กคนนึงปั่นจักรยานออกมาจากบ้าน แล้วไปหาสาวยาคูล สักพักก็ปั่นกลับแล้วบอกว่า สาวยาคูลไม่ขายข้าวต้มมัดให้มัน”

          “เวรกรรม”

          “น้องเขาละเมอหรอวะ”

          “เด็กอะมึง”

          “เสือกจริงๆเพื่อนกู”

          ไอ้อันหลังนี่กูว่าไม่ใช่และ เชี่ย...

                ...

                ...

                ..

                หลังจากนั้นอีกแม่วิวขับรถมารับพวกเราที่สระว่ายน้ำ ยายวิวชิ่งกลับบ้านไปก่อนแล้ว ส่วนน้าวิวย้ายไปนั่งหน้า โดยมีแฟนสาวที่กำลังท้องอ่อนๆนั่งตัก พวกเราก็ขี่คอกันนั่งหลังต่อไป

                พวกเราคุยกันจ๊อกแจ๊กๆ จนมาถึงร้านอาหารแดนอีสานแห่งนึงแถวๆประชาอุทิศ

          ฉันก็เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าแม่วิวเขาจะพาพวกเรามาเลี้ยง โห...ไม่บ่งไม่บอกกันซ๊ากกก คำนึง

                “เอ้าๆ สั่งเลยๆ”

                ยายวิวที่มารออยู่ บอกให้พวกเราสั่ง

                พวกเรานั่งโต๊ะใหญ่แถวเดียวกันหมดเลย ฝั่งนั้นก็เป็นแม่วิว วิว น้าชาย น้าสาว

                สรุปคือ 8 คนอะตอนนี้...

                อาหารมาพวกเราก็กินๆ แต่เรื่องเศร้าคือฉันเสือกกินเผ็ดไม่ได้ครับ แย่เลยแถมสั่งข้าวสวยมาตั้ง 2 จาน มันก็ไม่เยอะนะ พูนจานวงรีเล็กอะ ที่เหลือเขาก็ข้าวเหนียวกันคนละกระติ๊บ(เล็ก) เลย

                ฉันแบ่งข้าวมาครึ่งนึง จิ๋วไปครึ่งนึง เอลฟ์ก็ครึ่งนึงของอีกจาน

                ฉันก็ค่อยๆเล็มนู้นหน่อย นี่นิดนึง เป็นคนกินยากต้องลำบากและบากบั่น จะแดรกผัก ยัดพริก นั้นยากจะยัดลง...

                อย่าไปสนใจไอ้ประโยคหลังเลย บ้าบอสิ้นดี!

          ฉันสวาปามข้าวส่วนของตัวเองจนหมดเกือบเกลี้ยงก็จิกเล็มกับเล่นต่อ ไส้ทอดฉันก็ไม่กิน ยำอะไรก็ไม่รู้ก็กินไม่ได้เผ็ดเกิ๊น กินคำแรกช็อตเลย...

                ส้มตำสองจานก็พอไหว แต่เผ็ดไปกินเยอะเดี๋ยวท้องเสีย

                แล้วก็มีลาบ โคตรเผ็ดอะ แล้วก็อะไรอีกก็ไม่รู้

                เอ๊อ โคตรเผ็ดของฉันนี่คือธรรมดาของคนทั่วไปนะ ปกติกินอะไรก็ใส่พริกเม็ดนึง หรือไม่ก็ไม่ใส่เลย

                สักพักหมูจุ่มก็มา

                “กิ๊บ แบ่งกันกินดิมึง” จิ๋วพยายามยัดเยียดข้าวอีกนิดนึงมาให้ แต่อย่ากูขอร้อง TT

          “ม๊ายยย เอามันไปทิ้งงงง” ฉันเอาจาน ถ้วยของตัวเองหนี

                “งั้นเอลฟ์มาแบ่งกับกู”

          “กูก็ไม่ไหวแล้วนะ!”

          “ตัดกำลังแม่งเยอะๆเลย”

          ฉันพูดๆ แล้วก็วางจานกับถ้วยลง มองแม่วิวกับน้องวิวที่โยนหมูโยนไก่โยนผักลงไปต้มๆ

                พอเดือดก็ตักกิน

                ฉันยื่นถ้วยให้น้องวิว ไอ้วิวมองหน้านิดๆแต่ก็รับถ้วยไปตักให้

                คือมันเป็นสันดารพื้นฐาน ฉันจะไม่ค่อยตักอะไรเอง แต่จะให้คนอื่นตักให้ ไม่ว่าจะกินอยู่ด้วยกัน ไปกินพวกบุฟเฟ่ หรืออะไรๆก็ตาม น้อยครั้งจะตักเองเรื่องของเรื่องคือ ดูไม่ออกว่าเนื้อสุกหรือไม่สุกเลยไม่ตักเองน่ะแหละ

                หมูจุ่มเป็นอะไรที่ฉันกินได้เรื่อยๆจริงๆนะ...

                “จิ๋ว กูมีคำถามเว้ย” ฉันเคี้ยวหมูแจ๊บๆ

                “อะไรวะ” มันเงยหน้าขึ้นมามอง

                “ทำไมร้านนี้แม่งต้องมีเขียนอะไรไม่รู้เต็มกำแพงเลยวะ โคตรอาร์ตอะ”

          พวกเราสองคคนมองรอบร้าน

                “ก็ไว้ฝากความคิดเห็นไง” แม่วิวตอบแทน

                “อ๋อ มีกลอนด้วยหรอคะ”

          “มีหมดแหละลองอ่านดู”

          ฉันก็คีบหมูเข้าปาก แล้วก็มองรูปรอบๆร้าน

                ฉันเงียบไปพักนึง...แปบนึงเท่านั้นแหละ

                “จิ๋ว กูมีไรจะถามอีกและวะ”

          “เออ ว่ามา”

          “ทำไมบันไดร้านนี้แม่งเล็กจังวะ”

          คราวนี้ทุกคนหันควับไปมอง...

                “เออวะ เล็กไม่พอแม่งไม่มีราวจับเสือกสูงด้วยนะ”

          “เออ แม่งจะเดินยังไงเนี่ย”

          “กิ๊บนั่งกินเงียบๆได้ปะ”

          “ไม่ได้วะ...”

          ฉันตอบเอลฟ์

                แล้วหันมองโต๊ะข้างๆ ชายหนุ่มและหญิงสาวโต๊ะข้างๆลุกออกไปแล้ว มีพนักงานมาเก็บโต๊ะไป...หมูในหามหมดพอดี

                ฉันยื่นถ้วยให้น้องวิวตักให้อีก

                “ไม่เอาผักนะแม่”

          “อืมๆ”

          “จิ๋วๆ กูมีเรื่องอีกแล้ววะ”

          “เออ อะไรอีกวะ”

          “กูสงสัย”

          “สงสัยอะไร”

          “ทำไมตูดหม้อแม่งดำแล้วอีกหม้อไม่ดำ”

          “มันคงใช้มานานแล้ว มันเลยไหม้มั้ง”

          “อ๊ะ มึงแดกเงียบๆเถอะกิ๊บสงสารคนอื่นเขาบ้าง”

          “ไม่เอาน๊า สีสันต์ๆ”

          ฉันหัวเราะเอิ๊กอ๊าก สายตาอันเฉียบแหลมสะดุดไปมองเห็นบางอย่างกำลังปะทุอยู่ที่เตาถ่าน และสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อ!!

          ….

          …

          .

          .         .

          .

          .         .        

.

ตูดหม้อเสือกแตกแล้วสะเก็ดกระเด็นมาใส่หัวเข่าที่เปลื่อยเปล่าของฉันเข้าเต็มเปาและเสือกโดนคนเดียวด้วยนะ มันเป็นสะเก็ดหม้อเล็กๆ ไม่ถึงกับทำให้ผองแต่แมร่งโคตรร้อนตอนที่โดน

“นั่นแหละเพราะมึงพูดมาก สม”

“ไม่เกี่ยวเลยยยย”

ฉันงอแง วางถ้วยไว้บนโต๊ะแล้วขยับเก้าอี้ให้เข้ามาใกล้โต๊ะกว่าเมื่อกี้ นั่งๆไปแล้วเก้าอี้แม่งถอยหลัง

“อะไรมึง”

“เปล่าวะ ขยับเก้าอี้เฉยๆ เก้าอี้มันถอยไปจนกูจะไปเนียนแดรกกับโต๊ะข้างหลังอยู่และ”

“เออดี กินฟรีโต๊ะนี้จะได้ไม่เปลือง”

“ม๊ายยย จะกินโต๊ะนี้อ๊า”

แล้วฉันก็กินต่อเรื่อยๆ จนกับอย่างอื่นเริ่มน้อยลง น้าสองคนอิ่มแล้วก็หยุดกิน แม่วิวก็อิ่มแล้ว จิ๋วก็กินแต่ผัก เหลือแต่พวกเราที่ยังคงยัดกันประหนึ่งอดอยาก

“ในกลุ่มนี้ใครกินเก่งที่สุดนะ” แม่วิวถาม

“ไอ้วันอะแม่ กินทุกอย่างเลย” วิวตอบ

“หนูไม่ได้กินเยอะนะแม่ แค่กินเรื่อยๆ” ไอ้นุ้ยรีบแก้ตัว

“มึงน่ะแหละ แดรกอย่างกับห่าลง” จิ๋วเสริมพวกเราก็หัวเราะกัน

“นุ้ยหม้อนู้นไหวเปล่า” ฉันมองอีกหม้อจิ้มจุ่มอีกหม้อ

“กูว่าไม่ค่อยไหวแล้ววะ”

“มาๆ” ฉันยื่นถ้วยให้ “เนื้อเน้นๆผักไม่เอา” ฉันยักคิ้วกวนตรีนส่งไปหนึ่งที แต่ได้ค้อนวงใหญ่เท่าฝาบ้านกลับมา

เพราะหันไปทางไอ้นุ้ยน่ะแหละฉันเลยห็นแขกร้านคู่ใหม่มานั่งโต๊ะข้างๆ เป็นผู้ชายสองคนนั่งกันคนละฝั่ง ฉันมอง ไม่สิ ต้องบอกว่าแอบมอง

เรย์ด้าเริ่มทำงาน ติ๊ดๆๆ...

“เฮ้ย ได้แล้วอะ”

“อืมขอบใจมาก”

ฉันรับถ้วยมาแล้วก็คีบผักเล็กๆน้อยๆออกไปใส่ถ้วยเอลฟ์ที ถ้วยจิ๋วที

“รักเพื่อนต้องให้ผักเพื่อนกิน...”

“รักกูมากเลยให้แดรกแต่ผัก” จิ๋วบ่น

“มึงจะได้ไม่อ้วนไง กูอ้วนแทน”

ความจริงฉันก็ไม่อ้วนนะ สมส่วนอะสมส่วน แค่กินเยอะแต่ไม่อ้วนเท่านั้นเอง

“จิ๋วกูมีเองถาม”

“ว่า”

“มึงมองไปทางโต๊ะข้างๆ”

“เออ” จิ๋วมันก็หันมองไปโต๊ะข้างๆ

“กูว่าชัวร์”

“กูว่าไม่”

“มากันสองคนเชื่อกู”

“มีสี่จาน”

“แต่กูเห็นนั่งอยู่สองคนนานแล้ว”

“ไม่ใช่หรอก”

“แต่กูว่าใช่อะ”

ฉันว่าใช่จริงๆนะ แม่งงง จิ้นนนนนนนน (ใช่ไม่ใช่ไม่รู้ รู้แต่จิ้นไปแล้วเว้ย)

ขอบอกว่าผู้ชายคู่นั้นหน้าตาดีนะ ขาวๆ ดูสักจะยี่สิบกว่าๆน่าจะเรียนจบแล้วทั้งคู่อะ

ช่างเรื่องสองคนนั้นไปละกัน

สักพักพวกเราก็อิ่มแปล้ อาหารส่วนที่ไม่หมดถูกห่อกลับไปกินบ้าน ตอนนี้มีพนักงานมาคิดเงินแล้ว

“ทั้งหมด 1,070บาทคะ”

...

แค่พันขึ้นฉันก็คิดว่าแพงและ ว่าไงนะ! พันเจ็ดสิบ

“กินแปดคนมึงว่าแพงปะ” จิ๋วสะกิดถาม

“เอ...ก็ว่าแพง”

“กูว่าไม่นะ”

หนังท้องตึงหนังตาหย่อน แม่วิวบอกจะไปร้านต่อ พวกเราเลยคิดว่า จะขอแยกกลับไม่งั้นแม่วิวต้องตีรถไปมาเหนื่อยแย่

“แม่วิวสวัสดีคะ ขอบคุณที่เลี้ยงพวกเรา วิวบายๆพวกกูไปแล้วนะเว้ย”

“แม่วัวสวัสดีคะ”

พวกเราไปไหว้ลาแม่วิว โบกมือลาไปเพื่อนเกลอแก้ว แล้วขอตัวแยกกันกลับบ้านใครบ้านมัน (พูดไปนั่นความจริงบ้านเราสี่คนอยู่ซอยเดียวกันหมดเลย-  -)

วันนั้นแฮปปี้สุดๆได้กินเที่ยวครบ ขอบคุณแม่น้องวิวอีกครั้งคะ 

 
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
 
รูปนี้ที่เดินถ่ายเย็นๆ จุดที่มีหลังคาคือจุดนั่งพักนักว่ายน้ำนะ พวกเราถ่ายรูปกันฝั่งนั้นแหละ
 
 
 
 
 
ริมสระตรงที่มีต้นไม้เยอะๆคือจุดที่เรายืนถ่ายรูปกัน จริงๆมีรูปแต่ไม่ให้ดูหรอก -3-

Comment

Comment:

Tweet